อายุของเครื่องสำอางใช้ได้นานแค่ไหน

Expired cosmetics

แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นย่อมมีการหมดอายุหรือว่าเสียไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ เครื่องสำอางก็เช่นกันที่เมื่อทำการเปิดใช้งานไปแล้วก็มีกำหนดอายุของตัวเองเช่น มาสคารา อายแชโดว์ อายไลเนอร์ รองพื้น แป้งฝุ่นทาหน้า บลัชออนทาแก้ม ลิปสติก ลิปกลอส ลิปไลเนอร์ ยาทาเล็บ เป็นต้น ทีนี้จะมาดูกันว่าอายุของเครื่องสำอางใช้ได้นานแค่ไหนเมื่อเปิดใช้งานไปแล้ว มาสคารา และอายไลเนอร์ชนิดน้ำ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนั้นเป็นน้ำแน่นอนว่าเมื่อหากมีการเปิดใช้งานบ่อยครั้งย่อมทำให้อากาศได้เข้าไปมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งถ้าไม่ทำการล้างหน้าเอาสิ่งสกปรกออกก่อนการใช้งานแบคทีเรียก็จะเข้าไปสะสมกันอยู่ในนั้นทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตาอีกด้วยช่วงเวลาก็ราว 3 เดือนหลังจากใช้ครั้งแรกหากไม่แห้งไปเสียก่อน   จำพวกลิปสติก  หลายคนบอกอยู่ได้นานมากหรือหากจะทิ้งก็เสียดายเพราะยังดูปกติดีอยู่เลยไม่ค่อยได้ใช้ซื้อมาหลายสี ซึ่งตามคำแนะนำนั้นเมื่อเปิดใช้งานหรือหากเป็นยี่ห้อที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วหมดก็ซื้อแบบเดิมอีกสามารถดูได้จาก กลิ่นหรือมีลักษณะเปลี่ยนเป็นน้ำและอื่นๆ หากพบว่าต่างจากตอนแรกที่ใช้งานควรงดใช้ทันที นั้นคือสัญญาณว่าลิปสติกของคุณใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี   แป้งทาหน้าต่างๆ จากที่สังเกตหากต้องการใช้งานก็หยิบขึ้นมาใช้งานกันทันที โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงว่าเวลานั้นผิวหน้าของเราเป็นอย่างไรมีสิ่งสกปรกและหน้ามีความมันอยู่หรือไม่ เมื่อตบแป้งลงกับหน้าของเราสิ่งสกปรกเหล่านั้นก็จะไปติดอยู่กับฟองน้ำและตัวแป้งเองตอนที่เก็บเข้าที่เดิม ควรจะเปลี่ยนฟองน้ำรวมถึงหมั่นทำความสะอาดเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียต่างๆ สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ปีเป็นอย่างน้อย หากว่าไม่ทำตกแต่ตัวเนื้อแป้งนั้นแตกออกจากกันเปลี่ยนใหม่ได้ทันที   ประเภทดินสอเขียนขอบปากขอบตา เป็นอีกอย่างที่อยู่ได้นานสังเกตได้อย่างเดียวคือ เมื่อเวลาใช้งานเขียนเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะติดหรือลักษณะแห้ง ทิ้งได้เลยไม่ต้องรีรอแท่งไม่แพงเท่าไหร่   น้ำยาทาเล็บ อีกหนึ่งเพิ่มความสวยงามที่มีเยอะไม่แพ้กันจะใช้ได้นานต้องปิดฝาให้ดีและนำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อให้อยู่ได้นานขึ้นไปอีก และนี่เป็นเพียงวิธีการดูแลรักษาเครื่องสำอางของเราให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ที่สำคัญเวลาที่สาวเดินช้อปปิ้งวันหมดอายุที่ติดอยู่กับตัวเครื่องสำอางนั้นเป็นวันที่เมื่อหากเราไม่ได้ใช้งานยังไงก็จะหมดอายุซึ่งต่างกันกับการดูแลรักษานะจ๊ะ

Read more

ขาวขึ้นด้วยของใช้ประจำวันสำหรับคุณผู้หญิง

White_with_daily_use

หลายๆ คนพยายามมองหาเครื่องสำอางที่ราคาถูกและคุณภาพดีกันอย่างต่อเนื่อง อย่างสุภาษิตที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” หรือคำพูดประโยคเด็จว่า “ผู้หญิงอย่างหยุดสวย” ส่วนใหญ่แล้วถ้าหากว่าไม่มีการแต่งหน้านั้นก็ไม่กล้าที่จะออกบ้านกันเสียเท่าไหร่หรือที่เรียกกันว่าหน้าสด ทำให้ต่อคอยแต่งเติมอยู่เสมออย่างน้อยๆ ก็ต้องมีแป้งฝุ่นติดตัวอยู่บ้างซึ่งหากต้องค้างคืนหรือไปไหนไกลๆ บางท่านต้องพกกระเป๋าที่มีเฉพาะเครื่องสำอางไปด้วยเวลาเดินทาง ถ้าหากลองหากันดูจะพบว่าในปัจจุบันมีคนที่มารีวิวหรือแนะนำสินค้ากันอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นผลิตแบรนด์มาเพื่อจำหน่ายเองหรือนำสินค้าที่มีตามท้องตลาดหาได้ทั่วไปจนถึงสินค้าที่มีขายตามห้างสรรพสินค้า จะบอกว่าอย่างไหนดีก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้เครื่องสำอางนั้นๆ เองด้วยบางครั้งเราใช้เองอาจจะได้ผลไม่เท่ากับที่ดูมาเพราะเหตุนี้เอง ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีส่วนประกอบหลายๆ อย่างมาผสมกันทำให้ผลที่ได้แตกต่างกันออกไปโดยที่วันนี้จะมาแนะนำสินค้าที่เหล่าบรรดาผู้หญิงหลายๆ คนบอกว่าใช้แล้วเห็นผลจะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน   เริ่มกันที่สบู่ในเวลานี้สาวๆ ยกให้นิ้วให้กับ สบู่มะขามอิงอร และ สบู่เบนเนท ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อนี้มีส่วนผสมของวิตามิน C และวิตามิน E ซึ่งวิตามิน 2 ชนิดนี้มีความสามารถในการทำงานพื้นฐานแล้วใกล้เคียงกันแต่ก็มีจุดเด่นในตัวเองเช่นกัน ต่อกันเรื่องของสบู่ที่บางท่านอาจจะเคยใช้งานมาบ้างแล้วแต่สุดท้ายยังไงก็ยังไม่รู้สึกว่าผิวของตนเองข่าวขึ้นเสียทีอย่างแรกต้องดูระยะเวลาในการใช้งานผลิตภัณฑ์ว่านานเท่าใดแล้วที่ใช้มาหากมีระยะเวลาเป็นปีแล้วกับไม่มีอะไรดีขึ้นต้องที่กรรมพันธุ์เพิ่มเติมที่เป็นปัจจัยหลักอันดับแรก   โลชั่นอีกหนึ่งตัวเลือกหากบอกยี่ห้อต้องรู้จักอย่างแน่นอน คือโลชั่นเภสัชที่กล่าวขานกันมาอย่างยาวนานและวาสลีน เฮลธี้ ไวท์ เพอร์เฟค โลชั่น ซึ่งก็ได้ลองหาข้อมูลบางส่วนดูแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่จะแนะนำว่า วาสลีน ดีกว่ากันมากทั้งความเร็วในความขาวและเรื่องของกลิ่นที่ทำออกมาได้ดีกว่า แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน   วิตามิน C ชนิดรับประทานที่มีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคยังต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งขนาดในการรับประทานนั้นก็ต้องมีปริมาณจำกัดต่อวันเช่นกันโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม นอกจากเครื่องสำอางแล้วก็ควรที่จะดูแลในส่วนของเรื่องอาหารการกินที่เป็นตัวช่วยอีกอย่างในการบำรุงผิวพรรณได้เช่นกันซึ่งทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้เวลาอยากสวยต้องอดทนหมั่นดูแลตัวเองเป็นประจำ

Read more

เครื่องสำอางแบ่งได้กี่ประเภทมีอะไรบ้างไปดูกัน

cosmetic_control

หลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเริ่มใส่ใจในตัวเองกันมากขึ้น เพราะอยากสุขภาพดี อยากสวย อยากหล่อ ดูแลตัวเองทุกส่วนของร่ายกายทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ครีมบำรุง และอื่นๆ อีกมากมาย เครื่องสำอางแบ่งได้กี่ประเภทดังนี้ 1.ประเภทเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ  เป็นเครื่องสำอางที่มีการผสมสารเคมี รวมถึงสารเคมีอันตรายที่ อย.ได้ทำการประกาศควบคุม เพราะหากผู้บริโภคใช้งานผลิตภัณฑ์ไปแล้วอาจจะเกิดอันตรายต่อตนเองได้ จึงต้องผ่านการตรวจสอบปริมาณหรือสารเคมีที่ผสมเสียก่อนว่ามีมากเกินกำหนดหรือไม่ จึงจะทำการจำหน่ายให้แก่ประชาชนได้ หากไม่ผ่านมาตรฐานจะไม่มีการออกเลขทะเบียนให้ 2.ประเภทเครื่องสำอางควบคุม ยังคงเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารเคมีเช่นกัน แต่จะอันตรายน้อยกว่าแบบแรก การขอขึ้นทะเบียนในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะทำได้ง่ายกว่าเพียงทำการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่รวมถึงส่วนผสมที่ใส่ลงไปเพียงเท่านั้น 3.ประเภทเครื่องสำอางทั่วไป ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือจะต้องทำการควบคุมแต่อย่างใด ซึ่งในเครื่องสำอางประเภทนี้เองมีการพบปัญหามากที่สุด เพราะไม่จำเป็นต้องมีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ จึงทำให้ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง ตรงกับฉลากที่ติดไว้หรือไม่ ทำให้ท่านที่มีการแพ้สารเคมีบางตัวเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้หากใช้งานผลิตภัณฑ์ไปเป็นจำนวนมากโดยไม่ทดสอบก่อน   เครื่องสำอางตามการใช้งาน เครื่องสำอางแต่ละอย่างก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแตกต่างกันออกไปจำแนกตามหมวดได้ 3 หมวดใหญ่ๆ   1.ประเภททำความสะอาด ใช้ทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของร่ายกายตั้งแต่ศีรษะลงมา หากเป็นศีรษะก็จะเป็นจำพวกแชมพู ครีมนวดผม โทนเนอร์เช็ดหน้า ยาสีฟัน   2.ประเภทบำรุงผิว ที่ให้ความชุ่มชื่น ป้องกัน บำรุงผิวให้ดีขึ้น ลดริ้วรอยต่างๆ ตามสรรพคุณ ได้แก่ โลชั่น ซีรั่ม ลิปไม่มีสี ครีมกันแดด   3.ประเภทความสวยงามหรือตกแต่ง ทำให้หน้าตาดูดีขึ้นหรือสวยขึ้นหรือที่เรียกว่าเครื่องแต่งหน้านั้นเอง ได้แก่ […]

Read more
1 2